Sat05252013

Last update07:49:43 PM GMT

Back ฝากกระทู้ ถาม-ตอบ การเมือง สมศักดิ์ สิ้นศักดิ์ศรี !?
 Board 13 Siamthai :: การเมือง
ยินดีต้อนรับ บุคคลทั่วไป   [ลงทะเบียน]  เข้าสู่ระบบ
ตอบกระทู้
 หัวข้อกระทู้ :สมศักดิ์ สิ้นศักดิ์ศรี !?.. :::พฤ. 31 พ.ค. 2555, 04:43:15:โดย: 
คนไท

บุคคลทั่วไป

 

     เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 พ.ค. 2555 หลังจากที่ประชุมสภาฯได้ใช้เวลาถกเถียงในญัตติขอเลื่อนด่วนร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ พ.ศ... (พรบ.ปรองดอง) 3 ชั่วโมงเต็ม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้วินิจฉัยว่าประเด็นนี้ใช้เวลาพิจารณาหลายชั่วโมงแล้ว ซึ่งตนวินิจฉัยไปแล้ว 4-5 ครั้ง ดังนั้นตนขอยืนยันคำวินิจฉัยเดิม หากไม่มีใครเสนอเป็นอื่น หากไม่มีตนขอมติ

 

 

     จากนั้นนายธนา ชีรวินิจ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกเดินออกจากที่นั่งและเดินไปหน้าบังลังก์ พร้อมชี้หน้าด่านายสมศักดิ์ว่า "เผด็จการรัฐสภาหรอ ทำแบบนี้เหรอ ค้อนปลอมตราดูไบ ลูกจ้างใครหรือเปล่า ประชุมมา 2 ชั่วโมง รีบไปไหน ใครรอไม่ได้ พวกผมเป็น ส.ส. ไม่ได้เป็นขี้ข้าใคร พวกผมเป็น ส.ส.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่ได้เป็นขี้ข้าใคร มีสิทธิ์ทำหน้าที่ในรัฐสภา ท่านมีสิทธิ์อะไรจะมาตัดการทำหน้าที่ผู้แทนของปวงชนชาวไทย"

 

 

     จากนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกเดินมาสมทบนายธนา รวมถึงมีบุกขึ้นไปบนบังลังก์ของนายสมศักดิ์ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างวุ่นวายและไม่สามารถควบคุมได้

 

 

     อย่างไรก็ตามนายสมศักดิ์ พยายามจะปิดการอภิปรายและกดให้โหวตลงคะแนนญัตติเลื่อนวาระการพิจารณาร่าง พรบ.ปรองดองขึ้นมาพิจารณาทำให้ ส.ส. ประชาธิปัตย์ กลุ่มหนึ่งยืนทำท่าไฮ ฮิตเลอร์ หน้าบัลลังก์ ขณะที่มี ส.ส.ประชาธิปัตย์อีกกลุ่ม นำโดย นายอภิชาติ สุภาแพ่ง ได้ขึ้นไปบนบัลลังก์ และดึงนายสมศักดิ์ออกจากเก้าอี้ ทำให้ ส.ส. เพื่อไทยต่างก็เข้าไปรุมล้อมนายสมศักดิ์ เพื่อป้องกันเช่นกัน และขณะนี้ตำรวจสภาได้ขึ้นไปอยู่บนบัลลังก์จำนวนมากเพื่อปกป้องนายสมศักดิ์

 

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น นายสมศักดิ์ได้สั่งพักการประชุม 15 นาทีอัก ขณะที่ ส.ส. ประชาธิปัตย์ ต่างแสดงท่าทีไม่รับคำตัดสินของประธาน พร้อมทั้งตะโกนว่า "กูไม่ฟังมึงแล้ว" และ "สมุนรับใช้ทักษิณ"" ขณะที่บรรยากาศโดยรวมยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ส.ส. ต่างจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องประชุม ขณะที่ตัวนายสมศักดิ์ ตำรวจได้พาออกจากบัลลังก์แล้ว

 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายที่รัฐสภา จนประธานต้องสั่งพักการประชุม น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.สง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ขึ้นไปบนบัลลังก์ และพยายามที่จะดึงเก้าอี้ประธานสภาออกมา แต่นางเปล่งมณี เร่งวสมบูรณ์สุข ส.ส. เลย พรรคเพื่อไทยได้เข้าไปแย่งคืน ทำให้ส.ส.หญิงของแต่ละพรรคเข้าไปช่วยฝ่ายของตน และลากกันจนหายไปที่หลังบัลลังก์ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา รวมทั้ง ส.ส. คนอื่นมาห้ามไว้

 

 

      หลังเหตุวุ่นวายเริ่มสงบ ได้มีการเปลี่ยนตัวประธานจากนายสมศักดิ์ เป็นนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาคนที่ 2 ขึ้นทำหน้าที่แทน ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือที่ประชุมโดยเสนอปิดประชุม เพราะเห็นว่ายังมีเวลาอภิปรายวันรุ่งขึ้นได้อีก แต่ประธานได้ตัดสินใจให้วิปทั้งสองฝ่ายไปหารือเพื่อหาข้อยุติกัน และให้นำมติมาแจ้งต่อที่ประชุมต่อไป

 

 

       อย่างไรก็ตามเมื่อประชุมมาถึงเวลา 19.36น.นายวิสุทธิ์ได้สั่งปิดประชุมโดยเลื่อนไปหารือต่อในวันที่ 31 พ.ค.

 

 

       ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 16.40 น. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาในญัตติเลื่อนเรื่องด่วนที่ 27 - 30 เรื่อง พรบ.ปรองดอง ได้กลับมาอีกครั้ง และนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดี ในช่วงของการพิจารณา ร่าง พรบ.ปรองดอง ดังนั้นขอความร่วมมือ ส.ส.รักษามารยาทในการประชุม และขอให้ฟังเหตุผลของกันและกัน

 

 

      จากนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ลุกย้ำว่าที่ประชุมสภาฯ ไม่สามารถลงมติในญัตติที่เป็นโมฆะได้ อย่างไรก็ตามขอให้นายสมศักดิ์ชี้แจงในประเด็นที่สังพักการประชุม ว่าพักไปทำไม

 

 

      โดยนายสมศักดิ์ ชี้แจงว่า ตนเห็นว่าบรรยากาศไม่ดี จึงขอพักการประชุม บรรยากาศจะได้ลดลง

 

อย่างไรก็ตามบรรยากาศการประชุมหลังจากที่พักการประชุมไปเป็นเวลา 20 นาที ยังคงวุ่นวาย และยังไม่สามารถลงมติในญัตติที่เสนอให้เลื่อนเรื่องด่วนว่าด้วยร่าง พรบ.ปรองดอง มาพิจารณาได้ โดยมีการโต้เถียงกันระหว่าง น.พ.ชลนาน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย และนายสุเทพว่าด้วยเรื่องให้ถอนคำพูดของนพ.ชลน่านที่กล่าวพาดพิง นายสุเทพว่าคิดไปเองว่าร่าง พรบ.ปรองดอง เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เป็นเวลานานกว่า 15 นาที

 

 

       จากนั้น นายสุเทพ ได้ยืนยันในประเด็นหารือเดิมพร้อมระบุว่า ขอให้นายสมศักดิ์ไปหารือกับประธานกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ ก่อนว่าเป็นร่าง พรบ.การเงินหรือไม่

 

 

       ด้านนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย อภิปรายในที่ประชุมโต้แย้งนายสุเทพว่า ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 111 ระบุว่า กรณีที่ประธานสภาฯ เห็นว่าร่าง พรบ.ที่ถูกเสนอเป็น ร่างพรบ.เกี่ยวกับการเงิน ให้ประธานสภาฯ แจ้งให้ผู้เสนอทราบ หากผู้เสนอไม่คัดค้านตามความเห็นประธานสภาฯ ภายใน 7 วัน ให้ถือว่าไม่เป็นกรณีสงสัยตามรัฐธรมนูญมาตรา 143 อย่างไรก็ตามในประเด็นดังกล่าวประธานสภาฯไม่สงสัย แต่หากมีความสงสัยก็จะกลับไปสู่ประเด็นการใช้อำนาจร่วมกันระหว่างประธานสภาฯ และประธานกรรมาธิการฯ พิจารณาชี้ขาด

 

 

       จากนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายย้ำว่า ร่าง พร.บปรองดอง ของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ เข้าข่ายเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา143 อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องนำกลับไปให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ พิจารณาลงนามก่อนเสนอเข้าสู่สภาฯ

 

 

        ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการประชุมยังคงเป็นไปอย่างวุ่นวาย รวมเวลานานกว่า 3 ชั่วโมง เนื่องจากเมื่อถึงคิวการอภิปรายของส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์โห่เสียงดัง ทำให้นายสมศักดิ์ ต้องกล่าวว่า ต้องให้เกียรติกันหน่อย เมื่อฝ่ายค้านอภิปราย อีกฝั่งเงียบ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยอภิปรายบ้าง ขอความกรุณาอย่าโห่และเมื่อถึงคิวการอภิปรายของนายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยังมีส.ส.โห่ในห้องประชุม ทำให้นายประชา กล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า คุณต้องให้เกียรติ จะโห่ทำเหี้ยอะไรทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเงียบไปช่วงหนึ่ง ก่อนที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ส.ส.อุทัยธานี ลุกพร้อมชี้หน้านายประชา ว่า ขอให้ถอนคำพูด พร้อมกับเอาเหี้ยออกจากสภาฯ ก่อน

 

         ด้านนายอภิชาต สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี ตะโกนว่า ไม่สงสัยเลย ว่าทำไมถึงถูกยิง

 

Posted by jk

IP Logged
อ้างอิงตอบ ตอบด่วน
ตอบกระทู้
หน้า # 
 ตอบด่วน

ความปลอดภัย:


Powered by ccBoard


 

Book reviews

มะเร็ง “ทำอย่างไร ไม่เป็นมะเร็ง เป็นมะเร็งทำอย่างไร “

ชีวิตจะดำรงอยู่ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ คนกำหนดอายุไขของตัวเองไม่ได้และไม่อาจหลีกหนีความตาย .

มะเร็งเป็นโรคแห่งความเสื่อมที่เกี่ยวข้องกับ กาย จิต วิญญาณ ผู้ที่มีสมาธิ จิตสงบ โอกาสจะรอดชีวิตสูงมากจึงควร เรียนรู้ที่จะรัก ให้อภัย ไม่พยาบาท.

ชีวิตของคนเราประกอบด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ ต้องมีวิธีการที่เหมาะสมเพื่อยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้นจากเดิม มิให้ดำดิ่งในความคิดของตนเองที่สิ้นหวัง ท้อแท้ มองและคิดอะไรในแง่ลบตลอดเวลา