|
๐ เมื่อเราได้เห็นอาการทุรนทุรายของพรรคเพื่อไทย ที่จะดันทุรังให้สภาลงมติรับหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 อีกทั้งจะผ่านพ.ร.บ.ปรองดองออกมาบังคับใช้ในวันที่ 12 มิ.ย. ให้จนได้นั้น สื่อมองว่ารัฐบาลต้องทำสงครามกับตุลาการนั่นเอง โดยมุ่งหมายช่วยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง รวมทั้งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาทที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืน
๐ ส่วนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ว่า ม.68 ให้ประชาชนมีสิทธิ หน้าที่ พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าคณะรัฐมนตรี รัฐสภารวมทั้งศาล
๐ ผู้นำฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศไม่ร่วมประชุมแก้รัฐธรรมนูญและพิจารนาออกพ.ร.บ.ปรองดอง เพราะวาระในการพิจารณาเป็นเพียงแค่การรับทราบเท่านั้นว่ารัฐสภามีอำนาจอะไรในการลงมติ มุ่ง
จะลักไก่อยู่เรื่อย
................................................
แนวหน้า
เผด็จการสภาหักดิบศาลรธน.สงครามตุลาการสุมไฟวิกฤติ!
*  *
หลังจากที่ พ.ร.บ.ที่อ้างการสร้างความปรองดองบังหน้า แต่ซ่อนเป้าหมายแอบแฝงที่แท้จริงเพื่อลบล้างโทษความผิดทั้งหมดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง รวมทั้งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาทที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืนคืนไม่สามารถเข้าพิจารณาเป็นวาระด่วนในสภาผู้แทนราษฏรได้สำเร็จตามแผนเนื่องจากถูกต่อต้านจากพลังมวลชนหลายกลุ่มนำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขณะที่ความพยายามที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรุกคืบยึดประเทศของระบอบทักษิณก็ส่อเค้าว่าจะล้มเหลว โดยเฉพาะหลังจากที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291
ในวาระที่ 3 ไว้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องของผู้ยื่นคำร้อง 5 คณะเสร็จสิ้นเสียก่อนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบันเพราะเป็นการล้มล้างระบอบการปกครองประเทศหรือไม่ ซึ่งการที่แผนการ 2 เป้าหมายสำคัญดังกล่าวถูกสกัดกั้นสร้างความโกรธแค้นต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างมากจนส่งสัญญาณผ่านการโฟนอินมายังเวทีคนเสื้อแดงครั้งล่าสุดให้ทำสงครามแตกหักโดยเฉพาะกับศาลรัฐ
ธรรมนูญ
หลังสิ้นสัญญาณการสั่นระฆังลั่นกลองรบของนายใหญ่ผู้นำตัวจริงบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่างเรียงหน้าพร้อมดับเครื่องชนเพื่อสนองคำบัญชาของนายใหญ่ โดยเฉพาะการสงครามกับศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการบ่อนทำลายฝ่ายตุลาการเพื่อเป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนโครงสร้างและบทบาทของศาลในอนาคต
สำหรับ พ.ร.บ.ที่อ้างการสร้างความปรองดองบังหน้าอำพรางเป้าหมายที่แท้จริงเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายใต้ชื่อ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาตินั้นรัฐบาลและสภาหุ่นเชิดต้องเสียหน้ายอมถอยเลื่อนการพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนดหลังจากที่พลังมวลชนนำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ปิดล้อมรัฐสภาจนไม่สามารถประชุมได้
ผลจากความพ่ายแพ้ยกแรกในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ที่อ้างการสร้างความปรองดองบังหน้าเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฏรเพราะถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขัดขวางทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ โกรธมากที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ถึงกับส่งสัญญาณผ่าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผู้เป็นพี่เขยจนเป็นที่มาของมีคำสั่งด่วนให้ย้าย พล.ต.ท.วินัย
ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) แล้วตั้ง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มารักษาการเก้าอี้ ผบช.น.แทน ขณะเดียวกันก็ย้าย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( ผบก.น.1) เพื่อสังเวยที่ไม่สามารถสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
หลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นรักษาการผบช.น. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ซึ่งมีภาพเป็นนายตำรวจมะเขือเทศและใกล้ชิดครองครัว”ชินวัตร”มานานพยายามโชว์ผลงานด้วยการนำกำลังตำรวจหน่วยปราบจลาจลมาฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมสลายฝูงชนทันที ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าพร้อมที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มพลังมวลชนที่ออกมาขัดขวางแผนการของพ.ต.ท.ทักษิณ
แม้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ฉายา”ค้อนปลอมตราดูไบ” จะยอมถอยด้วยการเลื่อนการพิจารณา พ.ร.บ.ที่อ้างสร้างปรองดองบังหน้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ก็เป็นเพียงการพักรบเพียงชั่วคราวเพราะถึงอย่างไรร่างกฏหมายก็ยังคาอยู่ในวาระพร้อมที่จะนำขึ้นพิจารณาจนกลายเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติความรุนแรงได้ทุกเมื่อ
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ชะลอการลงมติในวาระที่ 3 ชั่วคราวนั้นกำลังเป็นข้ออ้างที่เครือข่ายขบวนการระบอบทักษิณทั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงใช้เป็นเงื่อนไขปลุกระดมเพื่อสร้างกระแสลุกฮือพร้อมที่จะทำสงครามแตกหักกับทั้งศาลรัฐธรรมนูญและสถาบันตุลาการทั้งระบบ
ร่างแก้ไขมาตรา 291 เพื่อให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ร่างทรงเพื่อล็อกสเป็คการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอันเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการรัฐประหารประเทศโดยเผด็จการรัฐสภาในคราบประชาธิปไตย
นอกจากนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังส่อเจตนาที่จะล้มล้างโครงสร้างและบทบาทของฝ่ายตุลาการรวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลย์ฝ่ายบริหารคือรัฐบาล จนถูกตั้งข้อสังเกตุว่ามีเจตนาปูทางไปสู่การยึดอำนาจประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยการอาศัยเผด็จการรัฐสภาในคราบประชาธิปไตย
ที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ยังถูกตั้งข้อสังเกตุว่าแฝงเจตนาละเมิดพระราชอำนาจดังเช่นที่ นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความเห็นว่า การมีแนวคิดกรณีที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้สิทธิยับยั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสนอกลับไปยังรัฐสภาซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาให้ถือว่าต้องไปเริ่มต้นกระบวนการใหม่ แต่พรรคร่วมรัฐบาลกลับมีความคิดในลักษณะมัดมือชกด้วยการกำหนดว่าเมื่อทรงใช้สิทธิยับยั้งส่งร่างกลับมายังรัฐสภาแล้วให้ถือว่าประกาศใช้เป็นกฏหมายได้เลย
ขณะที่ นาวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำว่าสาเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรามนูญในวาระที่ 3 ไว้ก่อนก็เพราะไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศหรือไม่ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลเองมีจุดยืนไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ว่าด้วยหมวดพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศจึงต้องป้องกันไว้ก่อนดีกว่าจะปล่อยให้เกิดสายเกินแก้ ส่วนเมื่อศาลรัฐธรรมนูญแจ้งไปยังรัฐสภาแล้วผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ตาใจ แต่หากเกิดปัยหาขี้นต้องรับผิดชอบ
ด้านเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงคนสำคัญไม่ว่าจะเป็น นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำคนเสื้อแดง ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือ นายจาตุพร พรหมพันธุ์ หรือ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ต่างออกมาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญและปลุกระดมคนเสื้อแดงให้เตรียมพร้อมลุกฮือด้วยข้ออ้างแบบเดิมๆว่าขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้ตุลาการภิวัฒน์และวิธีการต่างๆเพื่อล้มรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไม่มีทางสำเร็จเพราะฝ่ายระบอบทักษิณรู้ทันหมดแล้วและจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์พลิกขั้วอำนาจเหมือนในอดีตอีกอย่างเด็ดขาด
นายจตุพร ถึงกลับประกาศให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศเตรียมพร้อมเดินทางเข้ากรุงเพื่อทำสงครามแตกหัก
ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ประกาศดื้อแพ่งไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเตรียมยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คนที่มีความเห็นให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3
นอกจากนี้การออกมาสวนหมัดหักคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญของสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาเท่ากับสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าในปฏิบัติการทำสงครามแตกหักกับศาลรัฐธรรมนูญ
ล่าสุดในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำปฏิบัติการหักดิบด้วยการลงมติไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ชะลอการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ไว้ก่อน
การทำสงครามแตกหักกับศาลรัฐธรรมนูญโดยขบวนการเครือข่ายระบอบทักษิณครั้งนี้อาจเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นของสงครามใหญ่ยกต่อไป นอกจากเพื่อเป้าหมายบ่อนทำลายศาลรัฐธรรมนูญแล้วยังรวมถึง
แผนรื้อโครงสร้าง อำนาจ บทบาทของศาลทั้งระบบ อันจะนำไปสู่การยึดประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งฝ่ายบริหารคือรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการคือศาลซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศเป็น”รัฐไทยใหม่”ในอนาคต
ขณะเดียวกันการทำสงครามแตกหักของระบอบทักษิณครั้งนี้อาจเดิมพันด้วยหายนะชาติเพราะจะเป็นชนวนนำไปสู่สงครามกลางเมืองครั้งใหญ่เพราะและเพื่อคนเพียงคนเดียว
ทีมข่าวการเมือง
................................................
"ม.68 ให้ประชาชนมีสิทธิ หน้าที่ พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าคณะรัฐมนตรี รัฐสภารวมทั้งศาล หากใครทำขัดแย้งต่อม.68 ก็ย่อมถูกยับยั้งได้"
*  *
หลังจากที่ พ.ร.บ.ที่อ้างการสร้างความปรองดองบังหน้า แต่ซ่อนเป้าหมายแอบแฝงที่แท้จริงเพื่อลบล้างโทษความผิดทั้งหมดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงที่เป็นผู้ต้องหาก่อการร้ายเผาบ้านทำลายเมือง รวมทั้งทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทรัพย์สิน 46,000 ล้านบาทที่ถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินคืนคืนไม่สามารถเข้าพิจารณาเป็นวาระด่วนในสภาผู้แทนราษฏรได้สำเร็จตามแผนเนื่องจากถูกต่อต้านจากพลังมวลชนหลายกลุ่มนำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ขณะที่ความพยายามที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรุกคืบยึดประเทศของระบอบทักษิณก็ส่อเค้าว่าจะล้มเหลว โดยเฉพาะหลังจากที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงส่วนใหญ่มีความเห็นให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ในวาระที่ 3 ไว้จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคำร้องของผู้ยื่นคำร้อง 5 คณะเสร็จสิ้นเสียก่อนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบันเพราะเป็นการล้มล้างระบอบการปกครองประเทศหรือไม่ ซึ่งการที่แผนการ 2 เป้าหมายสำคัญดังกล่าวถูกสกัดกั้นสร้างความโกรธแค้นต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างมากจนส่งสัญญาณผ่านการโฟนอินมายังเวทีคนเสื้อแดงครั้งล่าสุดให้ทำสงครามแตกหักโดยเฉพาะกับศาลรัฐธรรมนูญ
หลังสิ้นสัญญาณการสั่นระฆังลั่นกลองรบของนายใหญ่ผู้นำตัวจริงบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่างเรียงหน้าพร้อมดับเครื่องชนเพื่อสนองคำบัญชาของนายใหญ่ โดยเฉพาะการสงครามกับศาลรัฐธรรมนูญจึงถูกตั้งข้อสังเกตุว่าเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการบ่อนทำลายฝ่ายตุลาการเพื่อเป็นข้ออ้างในการเปลี่ยนโครงสร้างและบทบาทของศาลในอนาคต
สำหรับ พ.ร.บ.ที่อ้างการสร้างความปรองดองบังหน้าอำพรางเป้าหมายที่แท้จริงเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ภายใต้ชื่อ พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาตินั้นรัฐบาลและสภาหุ่นเชิดต้องเสียหน้ายอมถอยเลื่อนการพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนดหลังจากที่พลังมวลชนนำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ปิดล้อมรัฐสภาจนไม่สามารถประชุมได้
ผลจากความพ่ายแพ้ยกแรกในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ที่อ้างการสร้างความปรองดองบังหน้าเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฏรเพราะถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขัดขวางทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ โกรธมากที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน ถึงกับส่งสัญญาณผ่าน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ผู้เป็นพี่เขยจนเป็นที่มาของมีคำสั่งด่วนให้ย้าย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) แล้วตั้ง พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 มารักษาการเก้าอี้ ผบช.น.แทน ขณะเดียวกันก็ย้าย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( ผบก.น.1) เพื่อสังเวยที่ไม่สามารถสลายม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
หลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งเป็นรักษาการผบช.น. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ซึ่งมีภาพเป็นนายตำรวจมะเขือเทศและใกล้ชิดครองครัว”ชินวัตร”มานานพยายามโชว์ผลงานด้วยการนำกำลังตำรวจหน่วยปราบจลาจลมาฝึกอบรมอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมสลายฝูงชนทันที ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าพร้อมที่จะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับกลุ่มพลังมวลชนที่ออกมาขัดขวางแผนการของพ.ต.ท.ทักษิณ
แม้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ฉายา”ค้อนปลอมตราดูไบ” จะยอมถอยด้วยการเลื่อนการพิจารณา พ.ร.บ.ที่อ้างสร้างปรองดองบังหน้าออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่ก็เป็นเพียงการพักรบเพียงชั่วคราวเพราะถึงอย่างไรร่างกฏหมายก็ยังคาอยู่ในวาระพร้อมที่จะนำขึ้นพิจารณาจนกลายเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติความรุนแรงได้ทุกเมื่อ
สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ชะลอการลงมติในวาระที่ 3 ชั่วคราวนั้นกำลังเป็นข้ออ้างที่เครือข่ายขบวนการระบอบทักษิณทั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดงใช้เป็นเงื่อนไขปลุกระดมเพื่อสร้างกระแสลุกฮือพร้อมที่จะทำสงครามแตกหักกับทั้งศาลรัฐธรรมนูญและสถาบันตุลาการทั้งระบบ
ร่างแก้ไขมาตรา 291 เพื่อให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ร่างทรงเพื่อล็อกสเป็คการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอันเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการรัฐประหารประเทศโดยเผด็จการรัฐสภาในคราบประชาธิปไตย
นอกจากนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังส่อเจตนาที่จะล้มล้างโครงสร้างและบทบาทของฝ่ายตุลาการรวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลย์ฝ่ายบริหารคือรัฐบาล จนถูกตั้งข้อสังเกตุว่ามีเจตนาปูทางไปสู่การยึดอำนาจประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยการอาศัยเผด็จการรัฐสภาในคราบประชาธิปไตย
ที่สำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ครั้งนี้ยังถูกตั้งข้อสังเกตุว่าแฝงเจตนาละเมิดพระราชอำนาจดังเช่นที่ นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความเห็นว่า การมีแนวคิดกรณีที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้สิทธิยับยั้งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสนอกลับไปยังรัฐสภาซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาให้ถือว่าต้องไปเริ่มต้นกระบวนการใหม่ แต่พรรคร่วมรัฐบาลกลับมีความคิดในลักษณะมัดมือชกด้วยการกำหนดว่าเมื่อทรงใช้สิทธิยับยั้งส่งร่างกลับมายังรัฐสภาแล้วให้ถือว่าประกาศใช้เป็นกฏหมายได้เลย
ขณะที่ นาวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ย้ำว่าสาเหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรามนูญในวาระที่ 3 ไว้ก่อนก็เพราะไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศหรือไม่ เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลเองมีจุดยืนไม่ชัดเจนเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ว่าด้วยหมวดพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศจึงต้องป้องกันไว้ก่อนดีกว่าจะปล่อยให้เกิดสายเกินแก้ ส่วนเมื่อศาลรัฐธรรมนูญแจ้งไปยังรัฐสภาแล้วผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะปฏิบัติตามหรือไม่ก็ตาใจ แต่หากเกิดปัยหาขี้นต้องรับผิดชอบ
ด้านเหล่าแกนนำคนเสื้อแดงคนสำคัญไม่ว่าจะเป็น นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แกนนำคนเสื้อแดง ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรือ นายจาตุพร พรหมพันธุ์ หรือ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ต่างออกมาโจมตีศาลรัฐธรรมนูญและปลุกระดมคนเสื้อแดงให้เตรียมพร้อมลุกฮือด้วยข้ออ้างแบบเดิมๆว่าขณะนี้ฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้ตุลาการภิวัฒน์และวิธีการต่างๆเพื่อล้มรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไม่มีทางสำเร็จเพราะฝ่ายระบอบทักษิณรู้ทันหมดแล้วและจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์พลิกขั้วอำนาจเหมือนในอดีตอีกอย่างเด็ดขาด
นายจตุพร ถึงกลับประกาศให้คนเสื้อแดงทั่วประเทศเตรียมพร้อมเดินทางเข้ากรุงเพื่อทำสงครามแตกหัก
ขณะที่พรรคเพื่อไทยก็ประกาศดื้อแพ่งไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งเตรียมยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คนที่มีความเห็นให้ชะลอการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3
นอกจากนี้การออกมาสวนหมัดหักคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญของสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาเท่ากับสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าในปฏิบัติการทำสงครามแตกหักกับศาลรัฐธรรมนูญ
ล่าสุดในการประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลทักษิณส่วนหน้าซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำปฏิบัติการหักดิบด้วยการลงมติไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ชะลอการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 ไว้ก่อน
การทำสงครามแตกหักกับศาลรัฐธรรมนูญโดยขบวนการเครือข่ายระบอบทักษิณครั้งนี้อาจเป็นเพียงสัญญาณเริ่มต้นของสงครามใหญ่ยกต่อไป นอกจากเพื่อเป้าหมายบ่อนทำลายศาลรัฐธรรมนูญแล้วยังรวมถึงแผนรื้อโครงสร้าง อำนาจ บทบาทของศาลทั้งระบบ อันจะนำไปสู่การยึดประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งฝ่ายบริหารคือรัฐบาล ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการคือศาลซึ่งจะเป็นการปูทางไปสู่การเปลี่ยนระบอบการปกครองประเทศเป็น”รัฐไทยใหม่”ในอนาคต
ขณะเดียวกันการทำสงครามแตกหักของระบอบทักษิณครั้งนี้อาจเดิมพันด้วยหายนะชาติเพราะจะเป็นชนวนนำไปสู่สงครามกลางเมืองครั้งใหญ่เพราะและเพื่อคนเพียงคนเดียว
ทีมข่าวการเมือง
.............................................
คม ชัด ลึก
'มาร์ค'ยันไม่โหวตร่าง'รธน.'ขัดคำสั่งศาล
*  *
เปิดตัวบลูสกาย สมาชิกปชป. ร่วมยินดีคึกคัก ขณะที่ 'มาร์ค' ปัดเอี่ยว
บูลสกาย ส่วนประชุมสภา จี้ 'นายก ฯ-ครม.' ตรา 'พรฎ.ปิดสมัยประชุม' ยัน
'ปชป.'ไม่โหวตร่าง'รธน.'ขัดคำสั่งศาล อัดรัฐบาล แจงระดมจนท.อุทยาน
กบดานใกล้ม็อบแดง
10 มิ.ย. เวลา 09.00 น. นักการเมืองทยอยเดินทางมาแสดง
ความยินดี การเปิดตัวสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ชาแนล กันอย่างคับคั่ง
โดยส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชา
ชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษา
พรรค ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และนายศุภชัย ใจสมุทร
โฆษกพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายวิทเยนตร์ มุตตามาระ อดีต ผู้สมัคร สส.
กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผู้อำนวยการสถานี ฯ คอยให้การต้อนรับ ผู้สื่อ
ข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดี นายศุภชัย ใจ
สมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัว
หน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า สถานีบลูสกายไม่
ได้เกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์และตนเป็นเพียงแขกรับเชิญในการเข้า
ร่วมรายการเป็นประจำเท่านั้น
ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการ
ประชุมรัฐสภา สัปดาห์หน้า ที่ประธานรัฐสภาอาจนำการแก้ไขร่างรัฐ
ธรรมนูญเพิ่มเติมวาระ 3 มาลงมติ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารจากรัฐสภา
แต่มีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้วในข้อ
ตกลงระหว่างประเทศ มาตรา190 ขณะนี้สมาชิกรัฐสภารับทราบคำสั่งศาล
รัฐธรรมนูญแล้วซึ่งตนคิดว่าหากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในบ้าน
เมืองไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า ก็ให้เดินหน้าเฉพาะเรื่อง มาตรา 190 ตน
ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี และครม. ต้องเร่งตราพระราชกฤษฎีกาปิดสมัย
ประชุมสภา โดยเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาครั้งหน้าศาลรัฐธรรมนูญก็น่าจะ
พิจารณาเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว จะได้ไม่ต้องมีการเผชิญหน้ากัน
"การประชุมรัฐสภาครั้งที่ผ่านมา เห็นได้ว่า การปิดประชุมไม่
ราบรื่นประธานรัฐสภาถูกกดดันจากพรรคเพื่อไทยบางส่วนที่จะให้ลงมติ
อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีปัญหา เพราะวาระในการพิจารณาเป็นเพียง
แค่การรับทราบเท่านั้นว่ารัฐสภามีอำนาจอะไรในการลงมติ ว่าเห็นด้วย
หรือไม่เห็นด้วย กับว่าจะทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็
ตามหากการประชุมรัฐสภาครั้งหน้ามีการดึงดันให้มีการลงมติร่างรัฐ
ธรรมนูญวาระ 3 พรรคประชาธิปัตย์ก็ขอยืนยันว่า จะไม่ร่วมลงมติ เพราะ
ถือว่าคำสั่งศาลยังมีอยู่ ส่วนจะเกิดความรุนแรงกลางสภารอบที่ 3 หรือไม่
ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะปล่อยให้เกิดขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการพิจารณาร่าง พรบ.ว่าด้วย
ความปรองดองนั้น ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการพิจารณาเมื่อใด
แต่ยืนยันว่าไม่ควรมีเพราะยังไม่มีความจำเป็น ตนอยากให้รัฐบาลและ
สภาไปตั้งหลักดูว่าอะไรที่มีความจำเป็นเร่งด่วนกับการบริหารงานก็ควรนำ
เข้ามาพิจารณาก่อน เช่น กฎหมายฟอกเงิน นอกจากนี้ ในหลายพื้นที่เริ่ม
ประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ควรปิดสมัยประชุมสภา เพื่อให้ สส. ได้ลงพื้นที่
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวการระดมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานฯ
เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งมี
คำสั่งออกมาถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องชี้แจง
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยเดินเกมจะยื่นยุบพรรคประชา
ธิปัตย์ในข้อหาปลุกระดมมวลชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่
เห็นด้วยกับบทบัญญัติเรื่องการยุบพรรค
แต่กลับเป็นกลุ่มที่ยื่นยุบพรรคบ่อยที่สุด พรรคเพื่อไทยจะใช้วิธีการอย่างนี้
ในการพยายามทำให้เกิดเรื่องการคดีแต่เมื่อเรื่องไม่มีมูลก็จะโวยวายว่า
สองมาตรฐานถือว่าเป็นกลยุทธ์ของเขาตลอด
..................... |